บล็อกนี้เกี่ยวกับอะไร

บล็อกนี้อาจจะถือว่าเป็นบล็อกเน้นวิชาการอันที่สอง

บล็อกเน้นวิชาการแรกที่เคยเขียน https://tipche.wordpress.com/  เขียนในช่วงกำลังเรียน ป.โท – ป.เอก ตอนนั้นเป็นช่วงหลังจากที่เขียนบล็อก(บ่น)เล่นๆ ได้สักพัก แล้วได้ไปอ่านบล็อกของเพื่อนๆ และได้พบกับโครงการของ นินนาท https://nanasarah.wordpress.com/  (เข้าใจว่าตอนนี้ย้ายไปที่ https://ninnatdangniam.wordpress.com/) ซึ่งถ้าจำไม่ผิด จะเป็นโครงการเขียนบล็อกวิชาการเพื่อให้คนไทยอ่านได้

แต่หลังจากที่เขียนไปได้เล็กน้อย กลับพบปัญหาว่า พอใช้เวลาเรียนมากขึ้น เวลาเล่า (เขียนบล็อก) ก็น้อยลง รวมทั้งตอนนั้นรู้สึกว่าการเอาเริื่องยากๆ มาเล่าให้ดูเหมือนง่ายนั้น ไม่ใช่เรื่องง่ายเท่าไหร่

เวลาล่วงเลยผ่านไปจนเรียนจบ จนทำงานได้สักพัก ตอนนี้คิดว่าพร้อมกว่าเมื่อก่อนแล้วที่จะกลับมาเขียนบล็อกวิชาการเนื่องจาก

  1. เปลี่ยนวิธีการศึกษา เมื่อก่อนเราจะเน้นศึกษาเรื่องยากๆ ไว้ก่อน เรื่องไหนที่ยิ่งฟังดูโหด สลับซับซ้อน จะยิ่งน่าสนใจ แต่หลังจากที่เรียนรู้มากขึ้น พบว่าหากพื้นฐานไม่แน่นพอ ความรู้ที่น่าตื่นตาตื่นใจพวกนี้ มันสามารถพังครืนลงมาได้ง่ายๆ ความรู้ที่เหมือนได้มาง่ายดาย ความรู้ที่มีคนตัดแบ่งเป็นชิ้นพอดีคำไว้ให้แล้ว ยิ่งได้มาง่าย ก็ยิ่งหาย (ลืม) ไปได้ง่าย ยังไม่ต้องพูดถึงการนำความรู้นั้นไปใช้

    จริงๆ แล้วเรื่องมันอีกยาว แต่เอาเป็นว่าเป้าหมายตอนนี้คือ ต้องการก้าวไปเรื่อยๆ จนกว่าจะสำเร็จ”คอร์ส” ของการเป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีที่ดี โดย ‘t Hooft  ซึ่งง่ายๆ ก็คือ ทำความเข้าใจวิชาพื้นฐานทางฟิสิกส์อย่างละเอียดให้หมดอย่าให้เหลือ หากพลาดไปแม้แต่น้อย ถือเป็นความล้มเหลว  ฟังดูในตอนแรกอาจจะเป็นเรื่องแปลกที่นักฟิสิกส์ระดับรางวัลโนเบล(โดยผลงานที่ทำกับอาจารย์ที่ปรึกษาของเขาตอน ป.เอก) แนะนำให้นักฟิสิกส์หน้าใหม่ที่ต้องการเป็นนักฟิสิกส์ทฤษฎีที่ดีในอนาคต ศึกษาพื้นฐานทั้งหมด แทนที่จะแนะนำอย่างอื่น เช่น เทคนิคในการติดตามและทำงานวิจัยระดับแนวหน้าของโลก แน่นอนว่าอาจจะเป็นไปได้ที่ผู้เชื่ยวชาญท่านอื่นอาจจะแนะนำอย่างอื่น แต่ตอนนี้เราขอแค่ทำตามที่ ‘t Hooft แนะนำก่อน

    นอกจากนี้แล้ว ตอนนี้ก็กำลังประทับใจกับการสอนของ Frederic Schuller ซึ่งเป็นการอธิบายฟิสิกส์ทฤษฎีชั้นสูง โดยอาศัยคณิตศาสตร์ ซึ่ง Schuller ได้พูดถึงในวีดีโอหนึ่งของเขาในทำนองว่า การที่จะศึกษาฟิสิกส์ทฤษฎีในระดับสูงนั้น จะต้องอาศัยแนวคิดที่ได้จากคณิตศาสตร์ในระดับสูง สูงระดับที่ต้องเรียนเครื่องมือที่นักคณิตศาสตร์บริสุทธิ์ใช้กัน

    ดังนั้นบล็อกนี้จึงเน้นเกี่ยวกับฟิสิกส์พื้นฐาน ซึ่งอาจจะเป็นการวิเคราะห์แบบละเอียดกว่าในหนังสือเรียนทั่วๆ ไป (ซึ่งมักจะตัดแบ่งความรู้มาอย่างพอดีคำไว้แล้ว) และยังจะพูดถึงคณิตศาสตร์ที่มีความสำคัญมากสำหรับฟิสิกส์ทฤษฎี ในขั้นแรกจะเน้นที่ เรขาคณิต และ ฟังก์ชั่นกรีน ซึ่งเราเชื่อว่าไม่ว่าฟิสิกส์ในอนาคตจะไปในทิศทางไหน การรู้ลึกในคณิตศาสตร์สองเรื่องนี้ ก็ยังถือเป็นความได้เปรียบสำหรับนักฟิสิกส์ทฤษฎี

  2. เปลี่ยนวิธีการเขียน เมื่อก่อนอาจจะตั้งเป้าหมายว่าแต่ละโพสต์จะต้องง่าย มีประโยชน์ เขียนให้คนทั่วไปเข้าถึงได้ ฯลฯ แต่ตอนนี้จะทดลองใช้วิธี “เขียนๆ ไปเถอะ” ดังนั้นบางโพสต์อาจจะพยายามเขียนให้เข้าถึงคนจำนวนมาก บางโพสต์อาจจะเขียนแค่ให้คนบางกลุ่มอ่านรู้เรื่อง บางโพสต์อาจจะเขียนให้รู้เรื่องเองคนเดียว บางโพสต์อาจจะเขียนเป็นภาษาไทย บางโพสต์อาจจะเขียนเป็นภาษาอังกฤษ บางโพสต์อาจจะเขียนเป็นภาษาไทยแล้วแปลเป็นภาษาอังกฤษ บางโพสต์อาจจะเขียนเป็นภาษาอังกฤษแล้วแปลเป็นภาษาไทย ฯลฯ
  3. ได้อ่านมากขึ้น ขอพูดถึงเฉพาะการอ่านวิชาฟิสิกส์และคณิตศาสตร์ที่เกี่ยวข้อง เมื่อก่อนเราใช้วิธีการในการเรียนฟิสิกส์แบบหาทางลัด คือ เน้นพยายามทำความเข้าใจกับเนื้อหาส่วนที่สำคัญ หรือดูแล้วน่าจะสำคัญ และหาวิธีลัดเพื่อแก้ปัญหา ดังนั้นจึงเป็นคนอ่านหนังสือน้อย ไปโดยปริยาย แต่ที่ผ่านมาเมื่อเร็วๆ นี้ (น่าจะสักประมาณปีนึงได้) เราเปลี่ยนวิธีอ่านมาเป็นการเก็บรายละเอียดในเรื่องที่อาจจะแค่รู้เผินๆ แต่ยังไม่เชี่ยวชาญ และพยายามแก้ปัญหา แม้จะปัญหาพื้นฐาน โดยใช้หลากหลายวิธี คือ ไม่หยุดอยู่แค่การได้คำตอบ แต่จะต้องหาวิธีอื่น ในการได้คำตอบเช่นกัน นอกจากจะอ่านแบบเจาะลึกแล้ว ก็ยังคอยอ่านเรื่องใหม่ (ซึ่งส่วนใหญ่เป็นองค์ความรู้เก่า) เช่น นิยามและวิธีคิดในหัวข้อต่างๆ ทางคณิตศาสตร์

    ซึ่งจริงๆ แล้ว การเลือกหัวข้อที่จะอ่านนั้นก็ไม่ยาก เพราะแทบจะเรียกได้ว่ายังรู้ไม่ลึกสักเรื่อง และเรื่องที่ยังไม่รู้ก็มีอีกมาก ดังนั้นจึงใช้วิธี “อ่านๆ ไปเถอะ” แต่ขณะที่อ่าน หรือหลังจากที่อ่าน ก็จะมีการบันทึกและวิเคราะห์ตามที่เข้าใจ บางครั้งอาจลองนำเอาเทคนิคที่ได้จากการอ่านหัวข้ออื่นมาประยุกต์ใช้กับอีกหัวข้อ ดังนั้นจากการอ่านๆ ที่ผ่านมา ก็น่าจะพอมีวัตถุดิบพอที่จะทำให้บล็อกนี้มีชีวิตรอดไปได้สักระยะ

แต่ทั้งนี้ทั้งนั้นปัจจัยสำคัญที่สุดที่บล็อกนี้จะอยู่รอดได้ คือ เวลาของผู้เขียน ซึ่งหากงานหลักเข้ามามาก ก็อาจจะไม่มีเวลามาเขียน แต่จะพยายามประคองบล็อกนี้โดยเอาเรื่องที่ “อ่านๆ ไปเถอะ” มา “เขียนๆ ไปเถอะ”

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google photo

You are commenting using your Google account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s